natachai's profileUrbanizationPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
หวัด 2009เมื่อตื่นมาวันจันทร์ หน้าชา ตาชา เจ็บคออย่างแรง คิดในใจเอาแล้วตู แต่ด้วยความที่ต้องไปคุมแล็บดังหน้าที่พึงปฎิบัติจึงต้องหอบสังขารอาบน้ำและ ออกไปคณะ ด้วยเหตุนี้จึงได้พบปะกับอาจารย์และคุยกันทำให้อาจารย์ก็ติดไปด้วย (ขอโทษมานะที่นี้ครับ) เมื่อทำธุระเสร็จสรรพอาการมิได้ดีขึ้นแต่อย่างไรเลยคิดว่าออกตัวกลับห้องไปหมกมุ่นกับไข้หวัดคนเดียวดีกว่า เมื่อกลับมาถึงห้อง หากเป็นสมัยก่อนเมื่อครั้นสิ่งศักดิ์สิทธิยังเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของประชาชน ผมคงต้องเดินลงไปหาไปไหว้เจ้าที่ เจ้าทาง ศาลพระภูมิ กราบไป ไหว้ไป ขออย่าให้ลูกช้างเป็นอะไรมากไปกว่านี้เลยได้โปรดงานการมัดรัดตัวมิได้ต้องการจะให้ช้าไปกว่านี้แล้ว ลูกช้างไม่อยากเอาหนังหน้าแก่ๆอายุสามสิบกว่าๆเดินไปเดินมาในแวดล้อมที่เต็มไปด้วยเด็กตัวเล็กๆน่ารักน่าเอ็นดูอายุ 17ปลายๆ 20 ต้นๆ มันเขิล แต่หามิได้ในเมื่อผมเป็นคนยุค 2009 ไอ้การจะได้เป็นไข้หวัดยุคใหม่จะให้ผมไปนั่งกราบไหว้ศาลพระภูมิก็ใช่ที่ ผมเลยกระทำการที่คนยุคใหม่เค้าพึ่งพากัน เปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ ตรงไปกราบไหว้เจ้าพ่อ กูเกิ้ล แล้วถามเจ้าพ่อว่า เจ้าพ่อครับอาการของไข้หวัด 2009 หรือ เอ็ชวันเอ็นวัน นั้นเป็นอย่างไร ไม่ทันอึดใจด้วยของไหว้เป็นไฟฟ้าไม่กี่วัตร ค่าเน็ตไม่กี่สตางค์ (เออตอนนี้แอบใช้ของป้าเจ้าของหาอยู่ไม่เสียตังค์นี่หว่า) เจ้าพ่อก็ตอบมาว่า อาการของไข้หวัดหมูในคนนั้นมีอาการคล้ายกันกับอาการ ของคนที่เป็นหวัดปกติ และมีอาการต่อไปนี้คือ มีไข้ ท้องเสีย เจ็บคอ ปวดเมื่อยตามร่างกาย ปวดศรีษะ หนาว และ ไม่มีเรี่ยวแรง อ่อนล้า ร่วมด้วย ในบางคนมีอาการท้องเสียร่วมกับอาเจียน และในอดีตมีรายงานว่าผู้ป่วยหลายคนมีอาการรุนแรงถึงขั้นเป็นปอดบวม และ ระบบหายใจล้มเหลว และเสียชีวิตในที่สุด โอ้วแม่จ๋า ทุกอาการที่เจ้าพ่อกูเกิ้ลท่านว่ามานี่ ผมชัดๆ ผมชัดๆ ท้องเสีย เจ็บคอ ปวดเมื่อย ปวดศีรษะ ตอนนั้นเริ่มหนาวๆเมื่อได้อ่าน โหไม่มีเรี่ยวแรง ใช่เลย ใช่เลย แล้วจะรู้ได้ไงว่าผมเป็นแน่ๆ ไม่ใช่ไอ้หวัดกระจอกๆธรรมดาๆบ้านๆ ผมกราบไหว้พูดคุยกับเจ้าพ่ออยู่นาน ก็มิได้รู้อะไรเพิ่มเติมไปจากข้อความข้างต้น อ้าวกรำ แล้วนี่เราเป็นอะไรว่ะ …………..ไม่สามารถรู้ได้เลย ว่าเป็นหวัดธรรมดาหรือ 2009 กันแน่ แต่ด้วยเรี่ยวแรงที่ไม่มีแล้วผมเลย กินยา พารา และ ยาแก้อักเสบ ต่อไปและเข้านอน………… เช้าวันอังคารอาการมิได้ดีขึ้นแต่อย่างไรซ้ำยังหนักกว่าเดิม วันนี้เริ่มสั่งน้ำมูกจนหูดับ ไปทั้งสองข้าง มีเสียงวิ้งๆๆๆๆ อยู่รอบห้องเลย เจ็บคอหนักกว่าเก่า ซ้ำยังมีอาการไข้อ่อนๆ ผมคิดในใจว่าวันนี้ ถ้าไม่หายพรุ่งนี้จะหอบสังขารไปหา หมอที่โรงพยาบาล หลายคนหากทนอ่านมาถึงตอนนี้ อาจคิดง่ายๆ ด่าผมว่าแล้วไมมึงไม่ไปหาหมอซะก่อนตั้งแต่แรก ประเด็นคือปีนี้เป็นปีที่ผมเป็นหวัดถี่มาก ถ้าให้เปรียบเทียบหวัดเป็นแฟน นี่ผมเข้าขั้น ขุนแผนเลยทีเดียว จำได้ว่าผมลองไปโรงพยาบาลในระแวกใกล้ๆนี้โดยลองทั้ง เอกชน และ รัฐบาลมาแล้ว เมื่อครั้นไปโรงพยาบาลเอกชนนี่ บริการรวดเร็วมากครับ เร็วจนผมรู้สึกว่าไม่ได้ตรวจอะไรเลย มีการวัดชีพจร จับผมอมแก้วกระเปาะปรอท แล้วให้ผมเข้าไปอ้าปากแลบลิ้นให้หมอเอาไฟฉายส่องปากผมครั้งนึงพูดคุยกับหมออีกนิดหน่อยโดยที่หมอมิได้แตะต้องตัวผมเลย ขั้นตอนนั้นรวดเร็วมาก ไม่ถึงยี่สิบนาทีนับตั้งแต่ผมเก้าเท้าเข้าโรงพยาบาลไป ด้วยการที่ผมเป็นนักศึกษาหนังหน้าแก่ เมื่อออกจากที่ทำงานมาก็มิได้ทำประกันสังคมต่อ ในครั้งนั้น ด้วยบริการที่รวดเร็ว (อยากบอกเหลือเกิน หมอช้าก็ได้ ค่อยๆตรวจผม) ผมจ่ายเงินไป แปดร้อยบาท และได้ พารา และ ยาแก้อักเสบกลับมากินที่บ้านเหมือนเดิม (ไปทำไมว่ะกู) ครั้งที่สอง ผมลองเปลี่ยนใจมาเข้าของรัฐบาลผลก็มิได้ต่างจากครั้งแรกเพียงแต่ครั้งนี้ผมนั่งรอหมอ ในเก้าอี้บริเวณกลุ่มคนไข้เป็นเวลา สาม ชั่วโมงกว่าๆ ผลก็คือ ผมก็ได้ยาแก้ปวดและยาแก้อักเสบมากินเหมือนเดิมเพียงแต่ราคาถูกกว่าเยอะไม่ถึงร้อย มาครั้งนี้ ผมเลยตัดสินใจทนอีกหนึ่งวันหากยังไม่ดีขึ้น แสดงว่าผมคงจะเข้าข่ายหวัด 2009 แน่ๆ เพราะเจ้าพ่อ กูเกิ้ลนั้นบอกไว้ก็ใช้ตามอาการ ก็คิดไว้ว่าจะไปโรงพยาบาลเอกชนอีกแห่งหนึ่งครับ แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเป็นยังไงในตอนนั้น เช้าวันพุธ อาการดีขึ้นนิหน่อย แต่ก็มิได้ดีขึ้นมากมาย วันนี้แม่โทรมาหาแต่เช้าบอกว่าให้ไปหาหมอ แล้วก็ขอหมอนอนที่โรงพยาบาลซะ เพราะจะดีกว่าจะได้มีคนดูแล และที่สำคัญไม่ต้องเสียตังค์เพราะที่บ้านทำประกันชีวิตไว้ให้ผม สามารถใช้สิทธิได้ ผมก็คิดในใจเออแจ๋ว ได้การแล้วเก็บข้าวของเตรียมตัวไปนอนโรงพยาลเต็มที่ จะได้อุ่นใจ ว่ากูหายแน่ ผมนั่งมอไซค์รับจ้างไปแวะเอาบัตรประกันชีวิตที่คณะ จากนั้นก็นั่งเท็กซี่ไปจำได้ว่า บอกเท็กซี่ว่า พี่ไปโรงบาลไหนก็ได้ใกล้ๆ ที่ไม่ใช่สองที่ที่ผมไปมาข้างต้น เท็กซี่ทำหน้างงๆ แต่ก็พาผมไปถึงที่หมาย รวบรัดตัดความ ตามกระบวนการโรงพยาบาลทั่วไป ขึ้นทะเบียน ตรวจความดัน วัดปรอท จ้องตาพยาบาลหน้าห้อง และ ผมก็มานั่งอยู่หน้าหมอ เหมือนเดิมรวดเร็วมาก (เพราะเป็นโรงพยาบาลเอกชน) หมอถามอาการของผมและผมได้บรรยายไปตามที่เป็นอยู่ ท้องเสีย มีไข้ น้ำมูก ปวดหัว ตัวร้อน เจ็บคอ ไอ จาม สารพัด หมอใช้ที่จุ๊บปิดหูมาฟังหัวใจผมเต้น อยู่สองครั้ง ใช้มือจิ้มเข้าไปที่พุงผมหนึ่งที (สงสัยจะดูว่าตับแข็งป่าว อิอิ) และ ฟังอยู่ข้างหลังผมอีกสองครั้ง จากนั้นแกก็เริ่มจะจ่ายยา และบอกผม ว่าผมเป็นหวัดธรรมดา อ้าววววววววววว หมอรู้ได้ไงอ่ะ หมอไม่เอาเสมหะ หรือ เลือด หรือ ปัสสาวะ หรือ ขี้มูก ผมไปผ่านกระบวนการทางการแพทย์ก่อนเพื่อให้แน่ชัดว่าผมไม่ได้เป็นก่อนเหรอหมอ (ผมคิดในใจแต่ก็มิได้โต้แย้ง) ในแวบนั่นเสียงมารดาผมก็แว่วมา ในหู เอ็งนอนโรงบาลได้นา เอ็งมีประกันชีวิต ใช้สิทธิได้ ผมเลยถามไปผมนอนโรงบาลได้ไหมหมอ หมอหันหน้ามาส่งสายตาเชิงดุ แกมสงสัยว่าจะนอนทำไมเป็นหวัดธรรมดา ผมเลยรีบตัดบทเพราะกลัวหมอด่า ไม่นอนก็ได้หมอ (ดูแล้วเหมือนคนบ้าไม่ค่อยเต็ม) สุดท้ายผมได้ยากลับมากินอีก ถุงใหญ่ ในนั้นมี คาร์บอน แก้ท้องเสีย ยาแก้ปวดท้อง ยาแก้เจ็บคอ ยาละลายเสมหะ ยาฆ่าเชื้อ ผงเกลือแร่ และ ก็กลับมานอนซมที่ห้องเหมือนเดิม พร้อมกับความครางเครงใจ ว่า กูเป็นหวัด 2009 รึเปล่าว่ะ กลับมานอนไม่ทันไรเสียงทีวีแว่วเข้ามาในหู เป็นเสียงสัมภาษณ์ใครสักคนในรัฐบาล เค้าบอกว่าบางคนเป็นแล้วจะไม่มีอาการเป็นไข้สูง จะไม่แสดงอาการมาก ถือว่าไม่หนักซึ่งจะหายได้ อ้าวววววววววววววววว สรุปนี่หวัด 2009 อาการไม่ต้องเป็นไข้สูงอย่างที่ผมเป็นอยู่ก็มีสิทธิเหรอ เอ มันไงว่ะ โอ้ยยยย แล้วตูเป็นป่าว คิดไปป่วยเปื่อยปร่าว ผมกินยาตามหมอสั่งแล้วพักผ่อนอย่างเพียงพอ ไม่ต้องพอเพียงเลย ผมนอนแหลก วันพฤหัสบดี ผมนอนแหลกอย่างเดียว เหมือนหมาเลย กิน ขี้ นอน (ขาดปี้) อาการวันนี้เริ่มดีขึ้นผมยังมิได้ชะล่าใจยังนอนแหลกเหมือนเดิม วันศุกร์ วันนี้อาการผมดีขึ้นแล้ว แต่ก็ยังไม่ดีมาก แต่ก็ดีขึ้น คงเป็นหวัดธรรมดาอย่างที่หมอว่านั่นแหละครับ แต่ก็ยังสงสัยว่าเป็นไอ้สองพันเก้า หรือเปล่า แต่ก็มีแรงขึ้นมาบ่นเขียนอะไรเรื่อยเปื่อย แต่ประเด็นคืออออออ ประเด็นคืออออออออ เราไม่มีทางรู้เลย ว่าเราควรปฎิบัติตัวอย่างไรเมื่อเป็นหวัด เราควรไปหาหมอดีรึเปล่าเพราะไปก็เสียเวลาได้ยาอย่างเก่ามากิน ไปแล้วหมอก็มิได้มีการวินิจฉัยโรคอย่างละเอียด จะทำอย่างไรผมถึงรู้ว่าผมเป็นไข้หวัดสองพันเก้ารึเปล่า วันนี้ผมฟังข่าวก็มีสายตรง สุขภาพให้โทรปรึกษาเรื่องไข้หวัดได้ ผมลืมไปแล้วว่าเบอร์อะไร (คงต้องไปถามเจ้าพ่อกูเกิ้ลไม่ช้าคงได้คำตอบกัน) และตอนนี้รัฐบาลเริ่มแจกยาป้องกันไข้หวัดสองพันเก้าไปให้กินกันแล้ว ก็คงได้กินถ้าเป็นไข้อีกทีหนึ่ง ทั้งหมดนี้ผมมานั่งคิดว่าหลายคนคงเป็นเหมือนผม ชาวบ้านธรรมดา ที่ไม่ทราบว่าจะปฎิบัติตนอย่างไรเมื่อเป็นหวัดนอกจากพึ่ง พารา อาม็อกซี่ แล้วก็นอนอย่างเดียว และก็ให้ความไว้วางใจกับแพทย์ผู้วินิจฉัยโรค ถ้ากินยาหมดไม่หายต้องไปหาหมอด่วน อย่างต่อเนื่อง คงได้แค่นี้มังครับ ดูเหมือนมัน เป็นอะไรที่ไม่แน่นอนเลย…………………. ******สรุปอาทิตย์นี้กูไม่ได้ทำงานเลย เวรแล้ว อาทิตย์หน้างานเข้าแน่ เหมือนการเป็นนักศึกษางานจะไม่เยอะนะ แต่ผมนี่กองบานเลย ปล. ขอโทษอาจารย์มานะที่นี้ (ถ้าอาจารย์ได้อ่าน) ที่ผมเอาหวัดไปติด แต่หมอบอกผมไม่ได้เป็นสองพันเก้านะจารย์ จาก ซาร่า TrackbacksThe trackback URL for this entry is: http://natachaiw.spaces.live.com/blog/cns!33D334D2BDADA23B!300.trak Weblogs that reference this entry
|
|
|